เรียงความของเจย์มาร์คสุดหล่อครับ
- jaymarklnwza007

- 28 ธ.ค. 2562
- ยาว 1 นาที
เรื่อง⚔️อัสสนีสีเลือด⚔️
ณ ดินแดนแห่งหนึ่งที่ชุ่มโชกไปด้วยสีแดงเลือดนก ดินแดนที่จะมีเพียงเลือดเท่านั้นที่จะคอยหล่อเลี้ยงความเป็นเมืองนี้เอาไว้ และเพาะเหล่าคนบาปมากมายขึ้นมา อสูรกายในคราบเทพบุตร หรือเทพธิดา ที่คอยหลอกล่อผู้ที่เต็มไปด้วยตัณหาให้พบกับจุดจบที่น่ารังเกียจในที่สุด ยังมีเด็กหนุ่มคนหนึ่งได้ถือกำเนิดขึ้นท่ามกลางความน่ารังเกียจเช่นนี้...เซน เซนมิใช่พวกอสูรกายแต่อย่างใด เป็นเพียงเด็กน้อยคนหนึ่งที่ต้องอาศัยอยู่ท่ามกลางความบ้าบอโชกเลือดเช่นนี้อย่างยากลำบากเพียงผู้เดียว ผู้คนในสถานที่แห่งนี้ เมื่อมีเหตุอันใดก็ตามแต่ จะมิได้มัวเจรจาไต่ถามกัน นอกจากมันจะใช้ไม่ได้กับทุกคนแล้ว มันยังเป็นเรื่องที่ น่ารำคาญและไร้สาระสิ้นดี ทุกคนที่นี่ถ้าหากมีเหตุใด ⚔️ ฆ่าได้ฆ่า ⚔️ เข่นฆ่ากันเช่นนี้ราวกับผักกับปลา เด็กน้อยคนนี้จึงได้ถูกปลูกฝังสิ่งเหล่านี้เอาไว้โดยไม่รู้ตัว เด็กชายคนนี้เป็นคนที่ร่าเริงสดใส เป็นเหมือนสายรุ้งที่ทอดผ่านม่านฟ้าครึ้มที่ลมกรรโชกที่แทบจะเป็นไปไม่ได้ เด็กคนนี้อาศัยอยู่กับลุงของเขา ลุงของเขาเป็นคนที่ดีมาก มีจิตใจที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความเมตตาและเอื้ออาทร แต่มันจะมีประโยชน์อันใดกันเล่า...ในเมื่อ สถานที่แห่งนี้มิใช่ที่ที่จะจำเป็นต้องมีความดีอยู่เลยสักนิด
ลุงได้ปลูกฝังเซนเป็นอย่างดี จงเป็นคนดีนะ จงเป็นคนที่มีความเมตตา ให้อภัย และเอื้อเฟื้อแบ่งปันต่อเพื่อนมนุษย์ เด็กน้อยคนนั้นก็ได้แต่ตอบรับได้อย่างใสซื่อไร้เดียงสาไปเสมอๆ เย็นวันหนึ่ง ซึ่งเป็นวันที่ลุงของเขาออกไปเจรจา ณ ต่างแดน ลุงของเซนบอกกับเขาเอาไว้ว่า “จงเป็นเด็กดีนะ อย่าดื้ออย่าซนล่ะ ลุงไปมิใช่นาน เราก็โตพอจะอยู่เองได้แล้ว อย่าได้ทำตัวเหลวไหลน่าเป็นห่วงให้ลุงผิดหวัง เมื่อรุ่งเช้าตะวันเผยออกมา ขอจงรีบตื่นมาอาบน้ำอาบท่าให้เรียบร้อย จัดการเก็บที่นอนตนให้ดี หน้าที่ของเจ้าคืออะไรบ้างจำได้ใช่ไหม จงทำให้ครบถ้วนอย่าได้ขาดตกบกพร่อง และที่สำคัญ อย่าให้ผู้ใดย่างกรายเข้ามาในบ้านเป็นอันขาด เข้าใจที่ลุงบอกใช่หรือไม่” เมื่อเซนได้ยินดังนั้นจึงได้ตอบกลับผู้เป็นลุงไปว่า “ผมเข้าใจแล้วค้าบลุง อย่าได้เป็นห่วงอันใดเลย จงไปทำงานให้ลุล่วงเถิด” ก่อนที่ผู้เป็นลุงจะเดินทางออกไปไกลแสนไกล เมื่อตกเย็นได้มีบุคคลนิรนามได้บุกรุกลุกล้ำเข้ามา เด็กหนุ่มจึงได้ร้องตะโกนขึ้น “ใคร!?” ทันใดนั้นก็ได้ปรากฏร่างสูงใหญ่ขึ้นค่อยๆปรากฏจากเงามืด พร้อมกับคำพูดแรก “เจ้าคือเซนสินะ” เซนได้ยินดังนั้นจึงได้เกิดความสงสัยในตัวเขาขึ้น จึงได้ถามออกไปต่อว่า “แล้วท่านเป็นใครกัน หรือเป็นพวกชั่วร้ายที่ลุงข้าย้ำเสมอว่าอย่าได้ไปยุ่ง ไปข้องเกี่ยวด้วย” บุคคลนิรนามผู้นั้นหัวเราะขึ้นก่อนจะพูดต่อว่า “ลุงเจ้าคงจะสอนมาเป็นอย่างดี ไหนลองแสดงฝีมือเพลงดาบให้ข้าได้ชื่นชมสักนิดเถิด ว่าจะล้มข้าได้หรือไม่” เด็กหนุ่มได้ยินเช่นนั้นจึงรีบตอบกลับไปทันที “เจ้าอย่าได้สงสัยในฝีมือเพลงดาบของข้า ในเมื่อลุงข้ามีชื่อเลื่องลือไปทั่วนครและประเทศให้กล่าวขาน” “งั้นมาเริ่มกันเลยไหมล่ะเจ้าเด็กน้อย” “ ⚔️ ก็มาดิค้าบ ⚔️ “ และทั้งคู่ก็ได้ปะทะเพลงดาบและฝีมือที่ไม่เป็นสองรองใครกัน จนได้ผลสุดท้ายคือชัยชนะของเด็กหนุ่มที่อายุยังน้อยนัก “ช่างเก่งสมคำร่ำลือยิ่งนัก ยังมีดินแดนที่คู่ควรกับเจ้านักมากกว่าที่แห่งนี้ ข้าเป็นทูตมาจาก ⚔️ ประเทศกูมี ⚔️ ที่เป็นที่ประจักษ์เลื่องลือให้ทั่วด้านการรบการต่อสู้ ให้มาติดต่อเจรจาต่อเจ้าให้เข้าร่วมแผนการล่มเมืองนี้เสีย เมืองที่มิสมควรอยู่ เมืองแห่งความไร้ความถูกต้อง ยุติธรรม เจ้าจะว่าเช่นไร” เซนได้ยินก็รู้สึกตื่นเต้นและรู้สึกถูกใจมิใช่น้อย นานมาแล้วเด็กหนุ่มผู้นี้ปราถนายิ่งที่จะทำลายเมืองนี้เสียให้สิ้นไป เพื่อความปลอดภัยแก่ผู้เป็นลุงของเขา จึงได้รีบตอบไปทันทีว่า “ฟังแล้วช่างเป็นเรื่องที่น่าสนใจมิใช่น้อย แต่การจะล้มหรือทำลายเมืองสักเมืองมันไม่ง่ายเลย ท่านเองก็คงจะรู้ดี แล้วอีกอย่างลุงข้าคงไม่พอใจและไม่อนุญาตเป็นแน่ให้ใช้กำลังทำร้ายคนอื่น ลุงเขาคงมิเห็นด้วยกับแผนของพวกท่าน” ชายหนุ่มนิรนามได้ยินดังนั้นจึงได้พูดต่อไปกับเด็กหนุ่มผู้นั้นว่า “เจ้ามิ ⚔️ เบื่อลุง ⚔️ ของเจ้าหรือ ที่มัวแต่พร่ำสอนเช่นนั้น ในความเป็นจริงแล้ว เรามิอาจหลีกเลี่ยงความโหดร้าย อย่างไรเสีย เราก็จะต้องใช้กำลังหรือทำอะไรที่ขัดต่อความดีบ้าง จะเป็นเพียงคนที่ดีมันมิได้หรอกนะ เจ้าเองก็คงจะรู้ดี มันคงขัดต่อความคิดเจ้าเองก็มิใช่น้อยเลยนี่” “เช่นนั้นข้าตกลง” หลังจากนั้นเซนก็ได้ทิ้งจดหมายเอาไว้ฉบับหนึ่งให้แก่ลุงของเขา และเดินทางไปกับชายหนุ่มนิรนามผู้นั้น ระหว่างทางออกจากเมืองนี้ เขาได้พบเห็นความชั่วร้าย และความสกปรกของจิตใจของผู้คนที่นี่มากมาย หน้าตาคนพวกนั้นมิได้ดูชั่วร้ายเลยสักนิด แต่จิตใจกลับชั่วร้ายเสียยิ่งกว่ามารหรืออสูรกายทั้งปวง นี่สินะที่เราไม่ควรตัดสินใครจากภายนอก
เซนได้อาศัยในเมืองแห่งนี้เป็นเวลานานและได้ส่งจดหมายถึงลุงของเขาตลอดเวลา หลังจากได้ฝึกปรือฝีมือจนชำนาญเชี่ยวชาญได้ขั้นหนึ่งแล้ว เจ้าเมืองได้อนุญาตให้เขาพาลุงของเขามาอยู่ด้วยได้ เพราะในเวลานี้ ลุงเขาคงจะไม่ขัดแต่อย่างใดอีกแล้ว หลังจากได้ยินเช่นนั้นเขาก็ได้รีบนำขบวนไปรับลุงเขามาอยู่ด้วยทันที ตลอดเวลาเขาได้เรียนรู้ความเป็นจริงของโลกมากยิ่งขึ้นไม่น้อยเลย ณ ที่แห่งนี้ และเขาได้เล่าให้ลุงของเขาฟัง และเมื่อถึงเวลาที่จะต้องทำตามแผนที่วางเอาไว้ให้ลุล่วง ในเวลานั้นลุงของเขาก็ได้อนุญาตและมอบพรอวยพรให้แก่เขาขอให้เป็นผู้ชนะและจงปลอดภัยกลับมาอยู่กับลุงของเขาต่อไป
ต่อสู้กันอยู่นานจนได้รับผลสุดท้ายคือชัยชนะของพวกเขา เขาสามารถจำกัดความชั่วร้ายออกไปได้ก็เปรียบดั่งกำจัดความชั่วร้ายออกไปจากจิตใจของตนได้ เขาได้เรียนรู้โลกแห่งความเป็นจริงมากมาย มีหลายเรื่องที่เขาเองก็ไม่เข้าใจสักนิด ก็จริงอยู่ที่เป็นความโชคดีของเขาที่ได้รับความดีจากลุงของเขาที่ทำให้เขาไม่กลายเป็นอสูรกายร้ายที่ตัวเขาเองก็เกลียดชังและอยากจำกัดไป แต่มันกำลังไม่พอดี หากดีเสียจนเกินไปก็ย่อมมีแต่ผลร้าย ความเป็นจริงของโลกอาจเป็นเรื่องที่น่าเศร้าสลดใจไม่ใช่น้อย แต่ก็ขอให้ยอมรับและก้าวเดินต่อไป เขาได้เล่าเรื่องราวมากมายเกี่ยวกับการไปทำลายเมืองนั้น การสูญเสียของใครอาจจะเป็นความสุขของเราก็ได้ เด็กหนุ่มก็อดเศร้าใจเรื่องนี้มิใช่น้อย ลุงเขาจึงได้สอนเขาและบอกกล่าวหลายๆอย่างให้เขาฟัง เขาดีใจและภูมิใจในตัวเองมากๆที่ได้มีลุงที่ดีเช่นกัน แม้จะไม่ได้มีดีไปกว่าใคร แต่สิ่งที่เขามีก็ไม่เคยทำร้ายเขาเลยสักนิด “⚔️
อะฮึ่ย ⚔️ !! ผมรักลุงนะครับ ขอบคุณจริงๆนะครับ” แล้วเมืองและโลกก็ได้ดำเนินต่อไปเช่นนี้ต่อไป..
-จบ-





ความคิดเห็น